← Back to Feed
びょういんでつかうにほんご

รวมประโยคภาษาญี่ปุ่น ใช้ที่โรงพยาบาล & ร้านขายยา จำเป็นมาก! 🏥💊

✨ สวัสดีค่ะนักเรียนที่น่ารักทุกคน ยูอิเซ็นเซมาแล้วค่ะ! ✨

วันนี้เซนเซมีเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่จะมาเจาะลึกกัน นั่นก็คือ "การใช้ภาษาญี่ปุ่นในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเมื่อต้องไปโรงพยาบาลและร้านขายยา" ค่ะ! นักเรียนหลายคนคงเคยดูกันไปแล้วใช่ไหมคะกับวิดีโอ "รวมประโยคภาษาญี่ปุ่น ใช้ที่โรงพยาบาล & ร้านขายยา จำเป็นมาก! 🏥💊" ที่เซนเซทำขึ้นมาเพื่อทุกคนโดยเฉพาะ!

จำไว้นะคะว่าความรู้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ "จำเป็น" แต่เป็น "กุญแจสำคัญ" ที่จะทำให้การเดินทางหรือการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นของนักเรียนปลอดภัยและอุ่นใจยิ่งขึ้นค่ะ! วันนี้เซนเซจะมาขออธิบายอย่างละเอียดลึกซึ้งในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรม หรือแม้แต่ความรู้สึกเบื้องลึกเบื้องหลังของคนญี่ปุ่นในสถานการณ์เหล่านี้ เพื่อให้บทความนี้เป็น "คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์" ที่นักเรียนจะบุ๊กมาร์กเก็บไว้ตลอดไปเลยค่ะ! พร้อมแล้วไปลุยกันเลย!


🎬 อินไซท์จากวิดีโอ (Video Insights)

วิดีโอ "รวมประโยคภาษาญี่ปุ่น ใช้ที่โรงพยาบาล & ร้านขายยา จำเป็นมาก! 🏥💊" ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรวมประโยคพื้นฐานเท่านั้นนะคะ แต่มันคือการถอดรหัสสถานการณ์จริงที่นักเรียนไทยหรือชาวต่างชาติอาจต้องเผชิญในญี่ปุ่น วิดีโอเริ่มต้นด้วยการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและถูกต้องในสถานการณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความละเอียดรอบคอบและความเข้าใจที่ตรงกัน

ผู้พูดในวิดีโอ (ตัวเซนเซเองค่ะ!) ตั้งใจเลือกประโยคที่ใช้ได้จริงและครอบคลุมสถานการณ์ตั้งแต่การลงทะเบียนที่โรงพยาบาล การอธิบายอาการ การตอบคำถามของแพทย์ ไปจนถึงการรับยาที่ร้านขายยา สิ่งที่น่าสนใจคือการเลือกใช้ภาษาที่ "สุภาพแต่ไม่ซับซ้อนเกินไป" ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะในขณะที่การใช้ Keigo (敬語 – คำยกย่อง) ในญี่ปุ่นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในสถานการณ์ที่คนไข้กำลังรู้สึกไม่สบาย การใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมาแต่ยังคงความสุภาพ จะช่วยลดภาระทางจิตใจของทั้งคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ค่ะ

วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพในญี่ปุ่นมีความแตกต่างจากไทยพอสมควรค่ะ คนญี่ปุ่นมักจะให้ความสำคัญกับการ "ฟัง" และ "อธิบายอย่างละเอียด" บุคลากรทางการแพทย์จะถามคำถามเจาะลึกเพื่อทำความเข้าใจอาการอย่างถ่องแท้ และในฐานะคนไข้ การอธิบายอาการอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้จึงเป็นสิ่งจำเป็น วิดีโอนี้จึงได้เตรียมประโยคที่ช่วยให้นักเรียนสามารถ "บรรยาย" อาการได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของความเจ็บปวด ลักษณะของอาการ หรือระยะเวลาที่เกิดอาการ

นอกจากนี้ การเน้นย้ำถึงประโยคที่ใช้ในการสอบถามเกี่ยวกับยา การแพ้ยา หรือผลข้างเคียง ก็สะท้อนให้เห็นถึงระบบการแพทย์ของญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมและความปลอดภัยในการใช้ยามากๆ ค่ะ การสื่อสารเรื่องแพ้ยาหรือยาที่กำลังใช้อยู่เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด วิดีโอจึงได้สอดแทรกประโยคเหล่านี้เพื่อให้นักเรียนพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์

โดยสรุปแล้ว วิดีโอนี้ไม่เพียงแค่สอนภาษา แต่ยังสอดแทรก "วัฒนธรรมการสื่อสารทางการแพทย์ของญี่ปุ่น" ที่เน้นความสุภาพ ความชัดเจน และความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุดค่ะ การเข้าใจ "เบื้องหลัง" ของการเลือกใช้ประโยคเหล่านี้จะทำให้นักเรียนไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่เข้าใจและใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นนะคะ!


💎 เจาะลึกความหมาย (Word Deep Dive)

คำว่า "びょういんでつかうにほんご" (Byōin de tsukau Nihongo) เป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่โลกของการสื่อสารในสถานการณ์ทางการแพทย์ในญี่ปุ่นค่ะ เรามาเจาะลึกคำแต่ละคำกันนะคะ เพื่อให้เข้าใจถึงความหมายที่ลึกซึ้งและการใช้งานในบริบทของสังคมญี่ปุ่นปัจจุบันค่ะ

1. 病院 (びょういん - byōin): โรงพยาบาล

  • ที่มาและความหมายดั้งเดิม: คำว่า "病院" มาจากอักษรคันจิสองตัวคือ "病" (びょう - byō) แปลว่า "โรค" หรือ "ความเจ็บป่วย" และ "院" (いん - in) แปลว่า "สถาบัน" หรือ "อาคาร" เมื่อรวมกันแล้วจึงหมายถึง "สถาบันสำหรับผู้ป่วย" หรือ "สถานที่สำหรับรักษาโรค"
  • การใช้งานในปัจจุบันในญี่ปุ่น: "病院" เป็นคำรวมที่ใช้เรียกสถานพยาบาลทุกประเภท ตั้งแต่คลินิกขนาดเล็ก (クリニック - Clinic) ไปจนถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ระดับมหาวิทยาลัย (大学病院 - Daigaku Byōin) โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเป็นคลินิกเฉพาะทางเล็กๆ เช่น คลินิกทันตกรรม (歯科 - Shika) หรือคลินิกโรคผิวหนัง (皮膚科 - Hifuka) คนญี่ปุ่นมักจะใช้ชื่อเฉพาะเหล่านั้น แต่ถ้าพูดถึงสถานพยาบาลโดยรวม มักจะใช้คำว่า "病院"
  • ความแตกต่างทางวัฒนธรรม: ในญี่ปุ่น โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความเงียบสงบอย่างยิ่ง การรอคิวเป็นเรื่องปกติ และผู้ป่วยมักจะได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย การใช้คำสุภาพ (丁寧語 - Teineigo) และคำยกย่อง (敬語 - Keigo) กับบุคลากรทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อแสดงความเคารพ

2. で (de): คำช่วยแสดงสถานที่หรือวิธีการ

  • ที่มาและความหมายดั้งเดิม: "で" เป็นหนึ่งในคำช่วย (助詞 - Joshi) พื้นฐานในภาษาญี่ปุ่น มีหน้าที่หลากหลาย แต่ในบริบทนี้ "びょういん" ใช้เพื่อแสดง "สถานที่ที่การกระทำเกิดขึ้น" นั่นคือ "ที่โรงพยาบาล"
  • การใช้งานในปัจจุบันในญี่ปุ่น: ในประโยคนี้ "で" ระบุว่าการกระทำ "การใช้ภาษาญี่ปุ่น" เกิดขึ้น "ภายในขอบเขตของโรงพยาบาล" ไม่ใช่ที่อื่นใด การเลือกใช้คำช่วยที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารให้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ
  • ความแตกต่างทางวัฒนธรรม: แม้จะเป็นคำช่วยเล็กๆ น้อยๆ แต่การใช้คำช่วยที่ถูกต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในภาษาญี่ปุ่นที่ลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเมื่อต้องสื่อสารกับคนญี่ปุ่นในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน เช่น ในโรงพยาบาล

3. 使う (つかう - tsukau): ใช้

  • ที่มาและความหมายดั้งเดิม: "使う" เป็นกริยาที่แปลว่า "ใช้" "ใช้งาน" หรือ "ใช้ประโยชน์" มาจากคำญี่ปุ่นโบราณที่มีความหมายคล้ายกัน คือการนำบางสิ่งมาเป็นประโยชน์หรือวัตถุประสงค์
  • การใช้งานในปัจจุบันในญี่ปุ่น: ในบริบทนี้ "使う" หมายถึง "ใช้ภาษาญี่ปุ่น" ในการสื่อสาร การอธิบายอาการ การสอบถามข้อมูล และการทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์
  • ความสำคัญในการสื่อสารทางการแพทย์: การใช้ภาษาที่ถูกต้องและเหมาะสมในสถานการณ์ทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพราะความผิดพลาดในการสื่อสารอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในการวินิจฉัย การรักษา หรือการใช้ยา ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น การ "ใช้" ภาษาญี่ปุ่นให้ถูกต้องและแม่นยำจึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัย

4. 日本語 (にほんご - Nihongo): ภาษาญี่ปุ่น

  • ที่มาและความหมายดั้งเดิม: "日本" (にほん - Nihon) แปลว่า "ญี่ปุ่น" และ "語" (ご - go) แปลว่า "ภาษา" เมื่อรวมกันจึงหมายถึง "ภาษาของประเทศญี่ปุ่น"
  • การใช้งานในปัจจุบันในญี่ปุ่น: ในบริบทของ "びょういんでつかうにほんご" ภาษาญี่ปุ่นที่ถูกกล่าวถึงคือภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมักจะเป็นภาษาที่ค่อนข้างสุภาพ ชัดเจน และตรงไปตรงมา เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด
  • ความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม: การใช้ภาษาญี่ปุ่นในสถานการณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงแต่หมายถึงไวยากรณ์และคำศัพท์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงน้ำเสียง สีหน้า และท่าทางด้วย คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึงความสุภาพและความอ่อนน้อม การเข้าใจและปฏิบัติตามมารยาททางภาษาและวัฒนธรรมเหล่านี้จะช่วยให้การสื่อสารราบรื่นยิ่งขึ้นค่ะ

โดยสรุปแล้ว "びょういんでつかうにほんご" ไม่ได้เป็นแค่ประโยคบอกเล่า แต่เป็นแนวทางและหลักการในการ "ใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างถูกต้องและเหมาะสมในสถานพยาบาล" ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดค่ะ นี่คือความหมายที่ลึกซึ้งเบื้องหลังคำง่ายๆ เหล่านี้ที่เซนเซอยากให้นักเรียนทุกคนเข้าใจอย่างถ่องแท้ค่ะ


🎓 เคล็ดลับไวยากรณ์ (Grammar Masterclass)

ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนอย่างโรงพยาบาล การใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งค่ะ เซนเซจะพามาเจาะลึกไวยากรณ์สำคัญที่นักเรียนต้องเจอและใช้บ่อยในโรงพยาบาลนะคะ

1. การแสดงอาการเจ็บปวดหรือความผิดปกติ: 「〜が 痛いです / 悪いです」 และ 「〜ています」

  • 「〜が 痛いです (itai desu)」: ใช้เพื่อบอกว่า "ส่วนไหนของร่างกายเจ็บ/ปวด"
    • โครงสร้าง: [ส่วนของร่างกาย] + が + 痛いです
    • ตัวอย่าง:
      • お腹が痛いです。(Onaka ga itai desu) = ปวดท้อง
      • 頭が痛いです。(Atama ga itai desu) = ปวดหัว
      • 喉が痛いです。(Nodo ga itai desu) = เจ็บคอ
    • ข้อควรระวัง: 「痛い」ใช้สำหรับความเจ็บปวดทางกายภาพโดยตรง
  • 「〜が 悪いです (warui desu)」: ใช้บอกว่า "ส่วนไหนของร่างกายไม่ดี/ผิดปกติ" แต่ไม่ได้เจ็บปวดโดยตรง
    • โครงสร้าง: [ส่วนของร่างกาย] + が + 悪いです
    • ตัวอย่าง:
      • 胃が悪いです。(I ga warui desu) = กระเพาะไม่ดี (อาจจะไม่ได้ปวด แต่รู้สึกไม่สบาย/ย่อยไม่ดี)
      • 目が悪いです。(Me ga warui desu) = สายตาไม่ดี (ไม่ได้เจ็บตา)
  • 「〜ています (te imasu)」: ใช้เพื่อแสดง "สถานะที่เป็นอยู่" หรือ "อาการที่กำลังดำเนินอยู่"
    • โครงสร้าง: [กริยารูป Te] + います
    • ตัวอย่าง:
      • 熱があります。(Netsu ga arimasu) = มีไข้
      • 熱が出ています。(Netsu ga dete imasu) = กำลังมีไข้/ไข้ขึ้น (เน้นการเปลี่ยนแปลง)
      • 咳が出ています。(Seki ga dete imasu) = มีอาการไออยู่
      • 吐き気がします。(Hakike ga shimasu) = รู้สึกคลื่นไส้
      • 吐いています。(Haite imasu) = อาเจียนอยู่ (กำลังอาเจียน)
    • ความแตกต่างที่ละเอียดอ่อน:
      • 「熱があります」จะบอกแค่ว่า "มีไข้" (สภาพ)
      • 「熱が出ています」จะเน้นว่า "อาการไข้กำลังปรากฏ/เพิ่มขึ้น" (กระบวนการหรือการเปลี่ยนแปลง)

2. การแสดงความต้องการหรือขอความช่วยเหลือ: 「〜て ほしいです / 〜て ください」

  • 「〜て ほしいです (te hoshii desu)」: ใช้บอก "ความต้องการ" ของเรา
    • โครงสร้าง: [กริยารูป Te] + ほしいです
    • ตัวอย่าง:
      • 薬を飲ませてほしいです。(Kusuri wo nomasete hoshii desu) = อยากขอยาไปทาน
      • 休ませてほしいです。(Yasumasete hoshii desu) = อยากจะพักผ่อน
    • ข้อควรระวัง: รูปนี้ค่อนข้างสุภาพและแสดงความต้องการของเรา
  • 「〜て ください (te kudasai)」: ใช้ในการ "ขอร้อง" หรือ "ขอความช่วยเหลือ" อย่างสุภาพ (ถ้าใช้กับแพทย์หรือพยาบาล ควรเติม 「〜ていただけますか」 เพื่อความสุภาพยิ่งขึ้น)
    • โครงสร้าง: [กริยารูป Te] + ください
    • ตัวอย่าง:
      • もう少しゆっくり話してください。(Mō sukoshi yukkuri hanashite kudasai) = กรุณาพูดช้าลงอีกหน่อย
      • 診察してください。(Shinsatsu shite kudasai) = กรุณาตรวจให้หน่อย
    • ระดับความสุภาพที่สูงขึ้น: 「〜ていただけますか (te itadakemasu ka)」 หรือ 「〜ていただけませんか (te itadakemasen ka)」
      • もう一度言っていただけますか? (Mō ichido itte itadakemasu ka?) = รบกวนช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมคะ/ครับ?
      • 予約を取っていただけませんか? (Yoyaku wo totte itadakemasen ka?) = รบกวนช่วยนัดให้ได้ไหมคะ/ครับ?

3. การสอบถามข้อมูล: 「〜か? / 〜ですか? / 〜でしょうか?」

  • 「〜か? (ka?)」: รูปคำถามทั่วไป
    • ตัวอย่าง: 大丈夫ですか? (Daijōbu desu ka?) = เป็นอะไรไหมคะ/ครับ?
  • 「〜でしょうか? (deshou ka?)」: รูปคำถามที่สุภาพและฟังดูเป็นทางการมากขึ้น มักใช้เมื่อถามแพทย์หรือพยาบาล
    • ตัวอย่าง: 症状は軽いでしょうか? (Shōjō wa karui deshou ka?) = อาการเบาไหมคะ/ครับ?
      • この薬で大丈夫でしょうか? (Kono kusuri de daijōbu deshou ka?) = ยานี้ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ/ครับ?

4. การบอกระยะเวลา: 「〜から」 และ 「〜くらい / 〜ぐらい」

  • 「〜から (kara)」: ใช้บอก "จุดเริ่มต้นของเวลา" ที่เกิดอาการ
    • โครงสร้าง: [ระยะเวลา] + から
    • ตัวอย่าง:
      • 昨日から熱があります。(Kinō kara netsu ga arimasu) = มีไข้ตั้งแต่เมื่อวาน
      • 3日前からこの症状です。(San nichi mae kara kono shōjō desu) = มีอาการนี้มาตั้งแต่ 3 วันที่แล้ว
  • 「〜くらい / 〜ぐらい (kurai / gurai)」: ใช้บอก "ระยะเวลาโดยประมาณ"
    • โครงสร้าง: [ระยะเวลา] + くらい/ぐらい
    • ตัวอย่าง:
      • 2時間くらい眠れません。(Ni-jikan kurai nemuremasen) = นอนไม่หลับมาประมาณ 2 ชั่วโมง

ความแตกต่างระหว่าง 「熱がある」 กับ 「熱っぽい」:

  • 熱がある (Netsu ga aru): "มีไข้" คือมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ (มีค่าตัวเลขที่วัดได้)
  • 熱っぽい (Netsu-ppoi): "ครั่นเนื้อครั่นตัว/รู้สึกเหมือนจะมีไข้" คือรู้สึกไม่สบายตัวเหมือนจะมีไข้ แต่อาจจะยังไม่มีไข้จริง หรือวัดแล้วอุณหภูมิยังไม่สูงมาก

การเข้าใจไวยากรณ์เหล่านี้อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้นักเรียนสามารถสื่อสารอาการและรับฟังคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมั่นใจและแม่นยำที่สุดค่ะ อย่าลืมฝึกฝนใช้บ่อยๆ นะคะ!


💡 สถานการณ์ตัวอย่าง (Common Situations)

มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดแล้วค่ะ! เซนเซได้รวบรวมประโยคตัวอย่างที่ใช้ได้จริงในสถานการณ์ต่างๆ ที่โรงพยาบาลและร้านขายยา พร้อมคำอ่าน ความหมาย และคำอธิบายสถานการณ์อย่างละเอียดถึง 10 ประโยคและมากกว่านั้น! เตรียมปากกาไฮไลท์ไว้เลยนะคะ!

  1. すみません、予約したOOです。

    • 読み: (Sumimasen, yoyaku shita OO desu.)
    • 意味: ขอโทษนะคะ/ครับ ฉัน/ผมคือ OO ที่จองไว้ค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: เป็นประโยคแรกสุดที่ใช้เมื่อไปถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลหรือคลินิกหลังจากทำการจองล่วงหน้าแล้ว 「OO」 คือชื่อของคุณ เช่น 「予約したソムチャイです」 (yoyaku shita Somchai desu) หากคุณไม่ได้จองล่วงหน้า อาจจะพูดว่า 「予約していないのですが、診察できますか?」 (yoyaku shite inai no desu ga, shinsatsu dekimasu ka?) = "ไม่ได้จองไว้ แต่จะสามารถเข้ารับการตรวจได้ไหมคะ/ครับ?"
  2. 熱と咳があります。

    • 読み: (Netsu to seki ga arimasu.)
    • 意味: มีไข้และไอค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: เป็นประโยคพื้นฐานที่ใช้อธิบายอาการเบื้องต้นกับพยาบาลหรือแพทย์ สามารถเปลี่ยนอาการได้ตามที่ต้องการ เช่น 「熱と頭痛があります」 (Netsu to zutsū ga arimasu) = มีไข้และปวดหัว, 「喉が痛いです」 (Nodo ga itai desu) = เจ็บคอ
  3. お腹が痛いです。

    • 読み: (Onaka ga itai desu.)
    • 意味: ปวดท้องค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: ใช้บอกตำแหน่งของความเจ็บปวด 「お腹」 (onaka) = ท้อง หากต้องการระบุตำแหน่งอื่นก็เปลี่ยนคำ เช่น 「頭が痛いです」 (Atama ga itai desu) = ปวดหัว, 「胸が痛いです」 (Mune ga itai desu) = เจ็บหน้าอก, 「足が痛いです」 (Ashi ga itai desu) = ปวดขา
  4. いつからですか?

    • 読み: (Itsu kara desu ka?)
    • 意味: เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ/ครับ?
    • 詳しいシチュエーション解説: เป็นคำถามที่พยาบาลหรือแพทย์มักจะถามเพื่อสอบถามระยะเวลาของการเกิดอาการ คุณสามารถตอบโดยใช้ 「〜から」 เช่น 「昨日からです」 (Kinō kara desu) = ตั้งแต่เมื่อวาน, 「2日前からです」 (Futsuka mae kara desu) = ตั้งแต่ 2 วันที่แล้ว
  5. ここに痛みがありますか?

    • 読み: (Koko ni itami ga arimasu ka?)
    • 意味: ตรงนี้เจ็บไหมคะ/ครับ?
    • 詳しいシチュエーション解説: แพทย์มักจะถามขณะที่กำลังตรวจร่างกายและกดบริเวณที่สงสัย หากเจ็บ คุณสามารถตอบว่า 「はい、痛いです」 (Hai, itai desu) = ใช่ค่ะ/ครับ เจ็บ หรือหากไม่เจ็บ ให้ตอบว่า 「いいえ、痛くありません」 (Iie, itaku arimasen) = ไม่ค่ะ/ครับ ไม่เจ็บ
  6. アレルギーがあります。

    • 読み: (Arerugī ga arimasu.)
    • 意味: มีอาการแพ้ค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: สำคัญมากๆ! หากคุณมีอาการแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้อะไรก็ตาม คุณต้องบอกทันที หากต้องการระบุสิ่งที่แพ้ก็บอกได้ เช่น 「ペニシリンにアレルギーがあります」 (Penishirin ni arerugī ga arimasu) = แพ้เพนิซิลลิน
  7. 吐き気がします。

    • 読み: (Hakike ga shimasu.)
    • 意味: คลื่นไส้ค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: เป็นอาการที่พบบ่อย 「吐き気」 (hakike) คืออาการคลื่นไส้ หากคุณอาเจียนออกมาแล้ว สามารถบอกว่า 「吐きました」 (Hakimashita) = อาเจียนไปแล้ว หรือ 「吐きそうです」 (Hakisō desu) = รู้สึกเหมือนจะอาเจียน
  8. この薬は食後に飲んでください。

    • 読み: (Kono kusuri wa shokugo ni nonde kudasai.)
    • 意味: ยานี้กรุณาทานหลังอาหารค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: เภสัชกรหรือพยาบาลมักจะให้คำแนะนำในการทานยา 「食後」 (shokugo) = หลังอาหาร, 「食前」 (shokuzen) = ก่อนอาหาร, 「食間」 (shokkan) = ระหว่างมื้ออาหาร (ประมาณ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร), 「寝る前」 (neru mae) = ก่อนนอน
  9. これは何の薬ですか?

    • 読み: (Kore wa nan no kusuri desu ka?)
    • 意味: นี่คือยาอะไรคะ/ครับ?
    • 詳しいシチュエーション解説: หากคุณไม่แน่ใจว่ายาที่ได้รับมาคือยาอะไร หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยา สามารถสอบถามได้เลยค่ะ สำคัญมากเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา
  10. もう一度言っていただけますか?

    • 読み: (Mō ichido itte itadakemasu ka?)
    • 意味: รบกวนช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมคะ/ครับ?
    • 詳しいシチュエーション解説: หากคุณไม่เข้าใจสิ่งที่แพทย์หรือพยาบาลพูด ไม่ต้องอายที่จะขอให้พูดซ้ำ การทำความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ประโยคนี้สุภาพและเหมาะสมอย่างยิ่ง
  11. 体調がすぐれません。

    • 読み: (Taichō ga suguremasen.)
    • 意味: รู้สึกไม่สบายตัว/ร่างกายไม่ค่อยดีค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: เป็นการบอกอาการป่วยทั่วไปที่ไม่สามารถระบุเฉพาะเจาะจงได้ แต่แสดงถึงความไม่สบายทางกายภาพโดยรวม เป็นคำสุภาพที่คนญี่ปุ่นใช้บ่อย
  12. 処方箋をお願いします。

    • 読み: (Shohōsen wo onegai shimasu.)
    • 意味: ขอใบสั่งยาค่ะ/ครับ
    • 詳しいシチュエーション解説: หลังจากตรวจเสร็จแล้ว โรงพยาบาลญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะให้ใบสั่งยา (処方箋) เพื่อให้นำไปรับยาที่ร้านขายยาภายนอก 「処方箋」คือใบสั่งยาที่แพทย์เขียนให้ 「お願いします」 (onegai shimasu) ใช้ในการขออย่างสุภาพ

🔗 คลังคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง (Extended Vocab)

เตรียมสมุดจดไว้เลยนะคะ! นี่คือคำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลและร้านขายยาที่เซนเซคัดมาให้แล้วค่ะ

อาการและโรค:

  1. 風邪 (かぜ - kaze): หวัด
  2. 熱 (ねつ - netsu): ไข้
  3. 咳 (せき - seki): ไอ
  4. 鼻水 (はなみず - hanamizu): น้ำมูก
  5. 下痢 (げり - geri): ท้องเสีย
  6. 便秘 (べんぴ - benpi): ท้องผูก
  7. めまい (memai): เวียนหัว, หน้ามืด
  8. 倦怠感 (けんたいかん - kentaikan): อ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย
  9. 発疹 (ほっしん - hosshin): ผื่น
  10. むくみ (mukumi): บวม

ร่างกาย: 11. 頭 (あたま - atama): ศีรษะ, หัว 12. 喉 (のど - nodo): ลำคอ 13. 胃 (い - i): กระเพาะอาหาร 14. 胸 (むね - mune): หน้าอก 15. 手 (て - te): มือ 16. 足 (あし - ashi): เท้า, ขา

สถานที่และบุคลากร: 17. 受付 (うけつけ - uketsuke): แผนกต้อนรับ, เคาน์เตอร์ 18. 医師 (いし - ishi): แพทย์ (คำที่เป็นทางการ) / 先生 (せんせい - sensei) = คุณหมอ (คำเรียกที่สุภาพและทั่วไป) 19. 看護師 (かんごし - kangoshi): พยาบาล 20. 薬剤師 (やくざいし - yakuzaishi): เภสัชกร 21. 薬局 (やっきょく - yakkyoku): ร้านขายยา 22. 内科 (ないか - naika): แผนกอายุรกรรม (ตรวจโรคทั่วไป) 23. 外科 (げか - geka): แผนกศัลยกรรม (ผ่าตัด) 24. 小児科 (しょうにか - shōnika): แผนกกุมารเวช (เด็ก) 25. 婦人科 (ふじんか - fujinka): แผนกนรีเวช (หญิง) 26. 耳鼻咽喉科 (じびいんこうか - jibiinkōka): แผนกหู คอ จมูก 27. 皮膚科 (ひふか - hifuka): แผนกผิวหนัง 28. 歯科 (しか - shika): แผนกทันตกรรม 29. 眼科 (がんか - ganka): แผนกจักษุ (ตา)

อุปกรณ์และขั้นตอน: 30. 問診票 (もんしんひょう - monshinhyō): แบบสอบถามอาการ, ใบซักประวัติ 31. 保険証 (ほけんしょう - hokenshō): บัตรประกันสุขภาพ 32. 体温計 (たいおんけい - taionkei): ปรอทวัดไข้ 33. 注射 (ちゅうしゃ - chūsha): การฉีดยา, ฉีดยา 34. 検査 (けんさ - kensa): การตรวจ, การทดสอบ 35. 薬 (くすり - kusuri): ยา 36. 痛み止め (いたみどめ - itamidome): ยาแก้ปวด 37. 風邪薬 (かぜぐすり - kazegusuri): ยาแก้หวัด 38. 胃腸薬 (いちょうやく - ichōyaku): ยาแก้ปวดท้อง/ยาบำรุงกระเพาะลำไส้ 39. 絆創膏 (ばんそうこう - bansōkō): พลาสเตอร์ปิดแผล 40. 包帯 (ほうたい - hōtai): ผ้าพันแผล 41. 湿布 (しっぷ - shippu): แผ่นแปะแก้ปวด 42. うがい薬 (うがいぐすり - ugai gusuri): น้ำยาบ้วนปาก/น้ำยาบ้วนคอ 43. 飲み薬 (のみぐすり - nomigusuri): ยาเม็ด/ยาน้ำ (สำหรับรับประทาน) 44. 塗り薬 (ぬりぐすり - nurigusuri): ยาทา 45. 目薬 (めぐすり - megusuri): ยาหยอดตา

คำพูดให้กำลังใจ: 46. お大事に (おだいじに - O-daiji ni): ขอให้หายเร็วๆ นะคะ/ครับ (คำพูดที่แพทย์/พยาบาล/คนญี่ปุ่นใช้บอกคนป่วย)


🏷️ Tags

นี่คือ Tags ที่จะช่วยให้นักเรียนคนอื่นๆ ค้นพบบทความ "คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์" ของเราได้ง่ายขึ้นค่ะ!

  1. #เรียนภาษาญี่ปุ่น
  2. #ประโยคภาษาญี่ปุ่น
  3. #ภาษาญี่ปุ่นในโรงพยาบาล
  4. #ร้านขายยาญี่ปุ่น
  5. #สุขภาพญี่ปุ่น
  6. #ภาษาญี่ปุ่นฉุกเฉิน
  7. #วลีภาษาญี่ปุ่น
  8. #YUISENSEI
  9. #ญี่ปุ่นน่ารู้
  10. #เรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์

เป็นยังไงบ้างคะนักเรียนทุกคน? บทความนี้อัดแน่นไปด้วยความรู้และรายละเอียดที่เซนเซตั้งใจรวบรวมและอธิบายให้ทุกคนเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่สุด หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์อย่างมากและเป็น "คัมภีร์" ที่นักเรียนจะเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกเมื่อต้องเดินทางไปญี่ปุ่น หรือแม้แต่เมื่อต้องการเตรียมตัวสำหรับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นนะคะ

จำไว้นะคะว่าภาษาคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราปลอดภัยและมั่นใจในต่างแดน การเตรียมพร้อมคือสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ ยูอิเซ็นเซขอเป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคนนะคะ ถ้ามีคำถามหรืออยากให้เซนเซอธิบายเรื่องอะไรอีก อย่าลังลืมบอกกันนะคะ!

รักและเป็นห่วงเสมอค่ะ, YUI-SENSEI ✨🇯🇵💖